คำพยานชีวิตเจ Jay’s Testimony

คำพยานชีวิตของเจ

ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวคริสเตียน ซึ่งคุณแม่เป็นคริสเตียน แต่คุณพ่อไม่ได้เป็นคริสเตียน ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เข้าโบสถ์บางครั้งบางคราว จริงอยู่ที่ข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวคริสเตียน แต่ความเชื่อทางฝ่ายจิตวิญญาณของข้าพเจ้านั้น ไม่มีการเติบโต กล่าวคือ ไม่มีการเฝ้าเดี่ยว ไม่มีการเข้ากลุ่มสามัคคีธรรม ไม่มีการอธิษฐาน และ ไม่ได้ไปโบสถ์ ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้า สำหรับพระเมตตาของพระองค์ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มารู้จักกับพระองค์โดยการทรงนำ และแผนการของพระองค์ในชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจบจากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสเตียน ข้าพเจ้าเข้าเรียนในโรงเรียนนี้ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 (พ.ศ.2541) โดย การใช้โควต้า คริสเตียน เข้าเรียน ชีวิตของข้าพระเจ้าในวัยเด็กก็เหมือน กับเด็กทั่วๆไป คือเรียนๆเล่นๆ ตามปะสาเด็ก นิสัยของข้าพเจ้าในวัยเด็กคือ ข้าพเจ้าเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ไม่เกเร อยู่ในกฏระเบียบ ซึ่งนั้นก็เป็นส่วนที่ดีของข้าพเจ้า แต่ข้อเสียของข้าพเจ้านั้นก็มีคือ เป็นเด็กขี้อาย โกรธง่ายเวลาโดนแกล้ง ไม่กล้าแสดงออก ไม่มีความมั่นใจในตนเอง อีกทั้งยังขี้กลัวผีอีกด้วย การเรียนในช่วงปฐมศึกษานี้ มีวิชาหนึ่งที่ข้าพเจ้าชอบมากคือ วิชาจริยธรรม วิชานี้เป็นวิชาที่สอนเกี่ยวกับคริสตศาสนา สาเหตุที่ข้าพเจ้าชอบเพราะคุณครูใจดีและเรียนสบายแถมยังมีวีดีโอให้ดูอีก ด้วย ถัดมาตอนมัธยมต้นข้าพเจ้าได้เข้ากลุ่มนักเรียนคริสเตียนของโรงเรียนโดยการ ชักชวนของเพื่อนที่เป็นคริสเตียนด้วยกัน กลุ่มนี้จะมีการนัดหมายกันทุกๆเที่ยงครึ่งของวันศุกร์ มีการทำกิจกรรมกันกับรุ่นพี่รุ่นน้องและแบ่งปันข้อพระคัมภีร์ ซี่งสิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มรู้จักกับพระเจ้ามากขึ้น ในทุกๆเช้าหลังเคารพธงชาติเสร็จจะมีการเข้าโบสถ์รับฟังการเทศนาทุกเช้า ข้าพเจ้าได้มีส่วนร่วมในการนำนมัสการคือนำร้องเพลง ตอนแรกข้าพเจ้าก็รู้สึกกล้าๆกลัวๆ แต่พอเริ่มทำนานๆเข้าความกลัวนั้นก็หายไป กลายเป็นความกระตือรือล้นที่อยากจะนำนมัสการ สิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าอิ่มเอมในใจอย่างบอกไม่ถูก กล่าวคือ มีสันติสุขภายในจิตใจ ม.4เทอม2 (พ.ศ. 2551) ข้าพเจ้า ได้ไปโบสถ์โดยการแนะนำของเพื่อนที่เป็นผู้เชื่อใหม่ และได้ไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ โบสถ์ที่ข้าพเจ้าไปเป็นโบสถ์เล็กๆ  มีจำนวนสมาชิกน้อยแต่ความเชื่อเข้มแข็งมาก คริสตจักรนี้ทำให้ข้าพเจ้าเติบโตทางฝ่ายจิตวิญญาณมากขึ้น และทำให้มีใจที่จะแสวงหาและติดสนิทกับพระเจ้ามากขึ้น ข้าพเจ้ารับเชื่อจริงๆตอนมัธยมศึกษาชั้นปีที่6  (พ.ศ.2553) โดย การซึมซับพระคุณของพระเจ้าที่ข้าพเจ้าได้รับในตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา พอปีหนึ่งข้าพเจ้าได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ข้าพเจ้าได้เข้าชมรมคริสตชนของมหาวิทยาลัยนี้ ชมรมนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักกับผู้คนใหม่ๆมากมาย

การที่ข้าพเจ้าได้ มารู้จักกับพระเจ้านั้นทำให้ชีวิตและนิสัยของ ข้าพเจ้าเปลี่ยนไปมาก กล่าวคือ ความโกรธง่ายที่ข้าพเจ้าเคยมีนั้นหายไป กลายเป็นความสุขมากกว่าเมื่อโดนแกล้ง ถัดมาคือ ข้าพเจ้ามีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น จากการที่ได้มีส่วนในการนำนมัสการ ข้าพเจ้ามีความมั่นใจมากกว่าเดิมเมื่อมีการอธิษฐาน และการที่ได้พบปะกับพี่น้องธรรมมิกชนนั้น ทำให้ข้าพเจ้าได้ทำลายกำแพงใจของข้าพเจ้าลงซึ่งสิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าไม่ ต้องอยู่ในโลกส่วนตัวคนเดียวตามลำพังอีกต่อไป ในอนาคต ข้าพเจ้าอยากจะมีเวลาให้กับพระเจ้ามากกว่าเดิมและทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อ ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

I was born in a Christian family. My mother is a Christian. My father is not a Christian. I had chances to attend church sometimes. It was right to say I am a Christian. But my spiritual life did not grow. I did not do my quiet time, nor even attend a fellowship group, I did not pray and I did not go to church. I thank God for His mercy to lead me to know Him and His plan for my life.

I graduated from Price Royals Collage, it is a Christian school. I studied there since I was in kindergarten three (1998) through the Christian Quota program. When I was a child, I was just like any normal kid; studying and playing. My habits were childlike. I was polite, I was not stubborn. I followed the rules. These were my good points.

For my bad points, I was too shy, easily angered when I was teased. I did not dare to express my feelings, I had no confidence. I was scared of ghosts.

In my primary school, I liked my moral education class. It was about Christianity and other religions. One reason I liked the subject was a teacher was kind and there was a movie too.

When I was in a secondary school, I attended a Christian group at school. My friends invited me to join, they were Christians. For this group, we met at 12.30 on Friday. There were activities, and there someone shared a message from the Bible, through this, I knew God more.

Every morning after the school service, students had to attend chapel and listen to a sermon. I was a member of the worship team.

At first, I was so nervous, after a while I had more confidence; and I was enthusiastic leading worship. I was filled with the desire to lead in worship, I could not explain it. I had peace in my heart.

During the second semester of my 10th grade, (2007), my friend brought me to church. I attended church every week. It was a small church with a few members but strong in faith. Through the church, I grew spiritually. I sought for God more and I was closer to God.

I received God with my sincere heart, when I was in grade 12, (2010) through the grace of God for all my life.

I am now studying at Chiang Mai University. I attend a Christian Youth Group in the university. I have more new friends through the group.

After I met God, my life and my habits have changed. I am a new creation. I am not easily angered, I am happy to be teased. I have more confidence through being a part of leading worship. I have more confidence to pray and to meet all Christians there. My heart’s wall was destroyed, and I am no longer alone in this world. In the future, I would like to spend time with God more. I will do everything to honor God

Advertisements

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s