คำพยานชีวิตอ๊อฟ Aof’s Testimony

พยานชีวิต

ข้าพเจ้า ชื่อ นางสาวอัจฉรา ศิริวัฒน์ ชื่อเล่นชื่อ อ๊อฟ ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 3 เกิดที่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2530 เวลา 15.30 น. ข้าพเจ้า เป็นคนเชียงรายตั้งแต่กำเนิด สมาชิกในครอบครัวของข้าพเจ้ามีดังนี้ พ่อ แม่ ยาย พี่ชาย และข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นลูกสาวคนสุดท้อง

ก่อน ที่ข้าพเจ้ามารับเชื่อ ข้าพเจ้ามีหลายๆสิ่งที่ไม่ดี สิ่งแรกข้าพเจ้าเป็นคนที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัวพอสมควร เวลามีอะไรที่ดีๆ ข้าพเจ้าก็จะเก็บมันไว้คนเดียว ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นเพื่อนของข้าพเจ้า เวลาที่ข้าพเจ้าได้รับการบ้านมาจากอาจารย์ ทั้งๆที่เพื่อนของข้าพเจ้าจะหาข้อมูลหรืองานมา แล้วเขาก้อจะนำมาแบ่งปันให้กับข้าพเจ้าเสมอ แต่ตัวข้าพเจ้าเอง กลับไม่เคยแบ่งปันงานอะไรให้เขาเลย หรือแม้แต่พี่ชายของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าก็จะไม่คิดที่จะให้อะไรกับพี่ชายเลย เพราะข้าพเจ้าคิดว่า พี่ชายของข้าพเจ้าไม่เคยให้อะไรกับข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าก็จะไม่ให้อะไรกับเขาเป็นการตอบแทนเช่นกัน สิ่งที่สองคือ ข้าพเจ้าเป็นคนโมโหง่าย เมื่อมีใครมาทำอะไรให้ข้าพเจ้าไม่พอใจ ข้าพเจ้าก้อจะแสดงออกทางสีหน้า และท่าทางของข้าพเจ้าทันที ทั้งๆที่บางที เพื่อนของข้าพเจ้ายังไม่ได้ทำอะไรให้ข้าพเจ้าโกรธ ข้าพเจ้าก็จะโมโหเพื่อน บางทีการโมโหของข้าพเจ้าก็ไม่มีเหตุผล หรือบางทีข้าพเจ้าโมโหเพื่อนของข้าพเจ้าอีกคน แต่ข้าพเจ้ากลับมาทำท่าท่างโมโหใส่อีกคนหนึ่ง สิ่งที่สามข้าพเจ้าเป็นคนไม่มีน้ำใจ เมื่อเพื่อนของข้าพเจ้าเดือดร้อน ข้าพเจ้าไม่เคยคิดที่จะช่วยเพื่อนเลย ในตอนนั้นเพื่อนของข้าพเจ้าต้องการให้ข้าพเจ้าไปช่วยจัดงาน ทั้งๆที่ข้าพเจ้าว่าง แต่ข้าพเจ้าไม่ไป ข้าพเจ้าได้แต่คิดว่า มันไม่ใช่งานของข้าพเจ้า สิ่งสุดท้ายคือ ข้าพเจ้าค่อนข้างจะเป็นคนที่อารมณ์แปรปรวนง่าย บางทีอยู่กับเพื่อน คุยกันในเรื่องที่สนุกสนานอยู่ดีๆ หัวเราะอยู่กับเพื่อนดีๆ ก็เกิดโมโหขึ้นมาง่ายๆ จนบางทีเพื่อนๆงงว่าเราเป็นอะไร บางทีตัวของข้าพเจ้าเองก็ค่อนข้างสับสนว่าทำไมข้าพเจ้าถึงเป็นแบบนี้

ข้าพเจ้า มาเข้ามหาวิทยาลัยพายัพ ตอนนั้นข้าพเจ้าก็รู้อยู่ว่าเป็นมหาวิทยาลัยคริสเตียน ตอนที่ข้าพเจ้าเข้ามาในมหาวิทยาลัยครั้งนี้เป็นครั้งแรก ข้าพเจ้าได้รู้จักกับเพื่อนที่เป็นคริสเตียนอยู่ 2 คน เค้าพูดให้ฟังถึงเรื่องพระเจ้า ตอนแรกๆ ข้าพเจ้าไม่เชื่อ และยังไม่พอ ข้าพเจ้ายังต่อต้านเขาอีก แต่เพราะความรักของพระเจ้าที่มีให้เขา เขาจึงมีความรักให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต่อต้านมาตลอด จนกระทั่ง มีคลับภาษาอังกฤษขึ้นมา ส่วนตัวข้าพเจ้าเอง เป็นคนชอบในภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ข้าพเจ้าจึงเข้าคลับนี้อย่างสม่ำเสมอ จนวันหนึ่งพี่ๆชวนไปค่าย ในค่ายนั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้ถึงความรักของพี่น้องคริสเตียนทุกคน พอตอนแบ่งกลุ่มข้าพเจ้าได้อยู่กลุ่มกับคุณมาร์ค คุณมาร์คได้เล่าถึงประสบการณ์ของเขากับพระเจ้าให้ทุกคนฟัง พอเสร็จจากค่าย พี่แคทกับพี่นิค ได้มาเล่าถึงความรักที่พระเจ้ามีให้มนุษย์ทุกคน หลังจากนั้นพี่เค้เก็บอกว่าอยากจะมาลองรู้จักกับพระเจ้าดูไหม ข้าพเจ้าตอบปฏิเสธไปในตอนแรกเพราะคำว่าไม่พร้อม พอหลังจากนั้น 2 อาทิตย์ข้าพเจ้ารู้สึกว่าพระวิญญาณบริสุทธ์ทำงานในตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงรับเชื่อกับพี่แคท หลังจากนั้น พระเจ้าก็เข้ามาเป็นที่ 1 ใจ ในของข้าพเจ้า ความรักของพระเจ้าที่มาถึงข้าพเจ้าอีกทางหนึ่งผ่านทางโบสถ์ของมหาวิทยาลัย พายัพ ทางโบสถ์ได้เล่าถึงความรักของพระเจ้า และข้าพเจ้าได้ซึมซับความรักของพระเจ้าผ่านทางบทเพลงที่ทางโบสถ์ร้องในทุกๆ ครั้งที่ข้าพเจ้าได้ไปนั่งฟัง

หลัง จากที่ข้าพเจ้าได้มาเป็นคริสเตียน พระเจ้าเปลี่ยนแปลงข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก สิ่งแรกแต่ก่อนข้าพเจ้าเป็นคนที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว ตอนนี้ข้าพเจ้ารู้จักที่จะแบ่งปันหลายสิ่งหลายสิ่งให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ โดยเฉพาะพี่ชายของข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้ามีสิ่งที่ดีๆ ข้าพเจ้าก็จะแบ่งให้กับพี่ชายเสมอๆ ตอนนี้ข้าพเจ้าไม่เคยที่จะลืมให้ของขวัญพี่ชายทุกปี

สิ่ง ที่สองคือ จากที่ข้าพเจ้าเป็นคนโมโหง่าย แต่เดี๋ยวนี้ เมื่อข้าพเจ้าโมโห ข้าพเจ้าจะอธิษฐานเสมอ แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงโกรธเพื่อนอย่างไร้เหตุผลอยู่บ้างเป็นบางครั้ง แต่ข้าพเจ้าจะอธิษฐานให้มากขึ้น สิ่งที่สาม จากที่ข้าพเจ้าเป็นคนไม่มีน้ำใจ ตอนนี้เมื่อเพื่อนหรือพี่ๆน้องๆมีปัญหาอะไร ข้าพเจ้าก็จะคอยช่วยเหลือเพื่อนอยู่บ้างเท่าที่ข้าพเจ้าจะทำได้

และ สิ่งสุดท้ายคือ จากที่ข้าพเจ้าเป็นคนค่อนข้างจะอารมณ์แปรปรวนง่าย ตอนนี้ ข้าพเจ้าจะมีสมาธิมากขึ้น และจะจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำอยู่ และอธิษฐานกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ

สุด ท้ายนี้ ข้าพเจ้าอยากขอบพระคุณพระเจ้ามากที่เปลี่ยนแปลข้าพเจ้าใหม่ ทั้งๆที่พระเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าเป็นคนบาป แต่พระเจ้าก็ยังทรงรักข้าพเจ้า ขอบพระคุณพระเจ้าค่ะ

Aof’s testimony

I am Atchara Siriwat also known as Aof. I major in English at Payap University Chiang Mai. I am a third year student. I was born in Chiang Rai in February 26th 1987 at 3.30 pm. There are five people in my family, my parents, my grandmother, my older sister, and I. I am the youngest child in my family.

Before I knew God, I had many bad habits. First of all, I was very selfish. I rarely shared with others. All the works or research papers I did share at all. When I had good things I did not give them to anyone even my own brother. I always thought that my brother’s never shared anything with me, so I would not share too. Secondly, I was easily angered. If there was a person who made me angry, I would make a face to that person or do something to show that person that I was angry. Sometimes, I felt angry without any reason. I just happened to be so mad at any person without a clue. Thirdly, I was cruel to all of my friends, when they needed my help, I would never give them a hand. Once, my friends asked me to help them to organize the meeting at our department, I denied to help them frankly. Although, that time was free, nothing to do. All I thought was that it was not my responsibility to do it. Last but not least, I was short tempered and unreliable person. Sometimes, I was suddenly mad at my friends who I just now laughed with. My friends did not like to be around with me because they could not take me much.

I attended to Payap University by that time I knew already that this university was a Christian University. At the first time, I knew two Christian friends. They told about God, but I did not believe them. I felt offended and I resisted them. Because of God’s love toward them, they could have loved me, and bore me so much.

Until I heard of English Resource Corner by Mr. Heng taught English Conversation class. I personally loved English very much, so I joined the class regularly. One day, the staff members invited me to join a camp. In the camp I could touch the warmth of Christian’s love which was so marvelous. There was an activity in the camp, they divided us into groups. I was in P’ Mark’s group. P’ Mark shared us his experience with God. After camp, there were two YFC staff, P’Nick and P’Cat, came to share me God’s love toward all mankind. They challenged me to receive Christ, but that time I told them that I was not ready to receive Christ yet. Two weeks later, I felt that the Holy Spirit worked in my heart. I received Christ through P’Cat. God became the first place in my heart. I attended to Payap Church and I was touched God’s love there. Payap church helped me grow in God’s love every time that I attended there.

After I became a Christian, God came to change my life a lot. One thing that He changed me obviously was I became more generous. I tended to share whatever I had to all of my friends and people surrounded me. I started to think of my brother after I’ve never thought that I had a brother. I started to give him a birthday present every year. The more I know God, the more He changes me. I become not easily angered. I give my friends my help as much as I can do. I feel that I am more reliable, more concentrated, and more generous. I pray regularly and always thank God for loving me so much, though I was a sinner. Thank God.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s