คำพยานชีวิตดรั้ม Drum’s Testimony

Drum’s Testimony

ผม ชื่อประพัฒน์ เรืองธนู หรือเรียกว่าดรั้ม ผมเกิดมาในครอบครัวที่มีแต่ปัญหาที่พ่อสร้างขึ้น ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวที่ยากจนหลายครั้งเราถึงกับต้องไม่มีอาหารกินเรา เคยมีฐานะที่ดีในตอนแรกเมื่อครั้งนั้นแต่เมื่อพ่อของผมได้เข้าไปมีส่วน พัวพันในหนี้สินเกือบครึ่งล้านเมื่อเวลาผ่านมาเป็ฯสาเหตุให้เราต้องอย่าอด อยากและลำบากมากทีเดียว

ผม เกิดที่ภาคใต้ของประเทศไทยครอบครัวของเราเป็นครอบครัวที่เคร่งศาสนามากและ บรรพบุรุษของเราก็เข้มแข็งในความเชื่อมากทีเดียว ผมต้องประสบกับความเศณ้าอีกครั้งหนึ่งเมื่อคุณปู่ของถูกโจรก่อการร้ายที่ภาค ใต้ยิงตาย ผมเสียใจมากเพราะว่าผมและคุณปู่เราสนิทกันอย่างมาก

ชีวิต ของผมเริ่มหมดความหมายและไร้ค่าแต่นั้นมา ผมเริ่มมองหาทางออกให้กับชีวิต จนกระทั่งเมื่อครอบครัวของเราได้ย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่ ผมได้ดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งมีโฆษณาเรื่องหนังสือ พลังชีวิต ผมเอาหนังสือนั้นมาอ่านด้วยความหวังใจว่าอยากจะเห็ฯว่าพระเจ้าจะทรงเปลี่ยน แปลงชีวิตผมอย่างที่เพื่อนที่เป็ฯคริสเตียนในชั้นเรียนบอกหรือไม่ ผมท้าทายพระองค์ว่าหากพระเจ้ามีจริงขอพระองค์ทรงสำแดง

ผม ยังคงตั้งคำถามและมีความสงสัยเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่ ผมได้ลองไปนมัสการพระเจ้าที่คริสตจักรใกล้โรงเรียนดู ศิษยาภิบาลที่นั่นได้เปิดหนัง พำระเยซูคริสต์ให้เราดู ผมได้ชวนน้องสาวไปด้วยในวันนนั้นเราต่างร้องไห้อย่างเมื่อดูหนังจบ หลังจากนั้นเราได้ไปนมัสการที่นั่นเป็นประจำทุกวันอาทิตย์

ใน ตอนแรกผมขออนุญาตพ่อของผมที่จะไปคริสตจักรเพื่อนมัสการพระเจ้า เมื่อคุณพ่อไม่ได้ว่าอะไรผมและน้องสาวเราจึงไปนมัสการด้วยกัน เป็นระยะเวลาอยู่นานพอสมควรที่เราได้นมัสการและรู้จักพระเจ้า จนกระทั่งคืนหนึ่งพ่อของผมได้ต่อว่าเรื่องการไปนมัสการพระเจ้าอย่างรุนแรง และขู่ว่าหากเราไปนมัสการพระเจ้าอีกเพียงครั้งเดียว ผมและน้องสาวจะถูกกตัดพ่อตัดลูกกันไป

เป็น เวลาร่วมหนึ่งที่เราไม่กล้าที่จะไปคริสตจักรเพื่อนมัสการพระเจ้าอีก ชีวิตของผมลุ่ม ๆ ดอน ๆ และประสบปัญหามากมาายหลายครั้ง แต่ทุกครั้งผมยังคงมั่นใจว่าพระเจ้ามีประสงค์ที่ดีที่ให้ผมเติบโตเข้าแข็ง ผ่านปัญหาต่าง ๆ ผมได้รับพระเมตตาคุณของพระเจ้ามากมายในชีวิตรวมถึงการที่ผมได้มีโอกาสไป ประเทศสิงคโปร์ผ่านคำอธิษฐาน ผมได้เรียนรู้เรื่องพระเจ้ามากมายผ่านคริสตจักรดที่ประเทศสิงคโปร์ และเจ้าของบ้านที่อนุญาตให้ผมอาศัยอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นผู้ช่วยสร้างผม ขึ้นในความเชื่อและหนุนใจผมหลายประการ เมื่อผมได้มีโอกาสกลับมาที่ประเทศไทย ผมมีความปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่อยากจะรู้จักับพระเจ้า ผมได้ลักลอบไปคริสตจักนเพื่อนมัสการพระเจ้าหลายครั้งโดยไม่ได้ขออนุญาตคุณ พ่อ คุณพ่อไม่ทราบเลยว่าผมมาคริสตจักรทุกวันอาทิตย์ คริสตจักรตอนนั้นที่ผมไปร่วมนมัสการชื่อคริสตจักรชาโลม ที่นั่นผมได้พบกับความรักของพระเจ้าผ่านพี่น้องในพระคริสต์มากมาย

ผม ได้มีโอกาสไปร่วมกลุ่มชมรมภาษาอังกฤษในเวลาต่อมา ผมได้เติบโตผ่านกลุ่มสามัคคีธรรรมที่นั่นมากมายและหัวใจของผมปรารถนาที่อยาก จะรู้จักกับพระเจ้ามากขึ้นมากขึ้นทุกวัน

ผม ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับแผนการอันประเสริฐของพระองค์ในชีวิตผม และสิ่งที่พระองค์ได้ทรงมีพระราชกิจอันมีคุณในชีวิตผมอย่างเหลือล้น ผมได้รับการยอมรับในพระเจ้าและผมทราบว่าผมเป็นที่รักยิ่งในพระองค์ ผมขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงให้ พี่น้องในพระคริสต์ช่วยฉุดผมขึ้นยามที่ผมล้มลง ผมรู้สึกตื้นตันเป็นล้นพ้น ผมจะไม่ละไปจากทางของพระเจ้าอย่างแน่นอนเพราะผมมั่นใจว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่และ ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือพระองค์

My name is Praphat Reungtanu or Drum. I was born in a family which had so many troubles that my father did. We were very poor. Sometimes, we had no food to eat. My family used to be good enough to feed everyone, but after the debt that my father caused. We had a debt with half a million baht. We faced a big financial problem after that. I was born in South of Thailand. My family was very religious. All my ancestors were also very religious. We faced a sad incident when my grandfather was shot by a terrorist. I was very sad and painful because I and my grandfather were so close. My life became empty. I sought for a way out of the emptiness. My family moved to Chiang Mai when I was two years old. One day I watched television, there was an advertisement about a free power of life book. I read the book to see if God could change me like my classmate who told me about God. I challenged Him if He really existed.

I was curious about God. I tried to go to a church near by my school. The pastor at that church gave me a Christian movie called “the passion of Christ”. I and my younger sister cried a lot when we watched the movie. I received Christ that day after finishing the movie. I attended to that church every Sunday. At the first time, I asked my father if I could go to church. He did not say anything, so I took my younger sister with me to church every Sunday. We attended church until one night my father violently scolded at me and my younger sister. He did not want us to go to church anymore. If we went to church just once again, I and my younger sister would be no longer his children. My father said that I would also not be allowed to come back home. That night my father was so drunk. I did not understand why we, as kids, had to face the problem like this. I could not go to church anymore. It’s been a year that I did not attend to church at all.

My life has been through many troubles on and on since I received Christ. I did believe that what happened to me in my life were God’s purpose to make stronger in faith. I received God’s grace in many ways including an opportunity to go to Singapore as I prayed to Him. I learnt a lot from the church at Singapore and the host who took care of me built me up and encouraged me so much. When I got back, I desired to know God more and more. I attended to church again without asking my father permission. My father did not know that I attended church again. The church that I attended that time called Shalom BP Church. There I felt the love of God through brothers and sisters in Christ. I went to join ERC cell group after that. My hunger for God was so much because the cell group there helped me to grow in Christ more and more.

I thank God for His wonderful plans in my life. He’s done very great thing my life. I feel free, beloved and accepted. I thank God brothers and sisters in Christ who help me out when I am down. I am amazed. I will never turn my back on God anymore. For I know that He is the greatest God, and no one is above Him.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s