คำพยานชีวิตจินตรา Jin’s Testimony

คำพยานชีวิตจินตรา

ดิฉันชื่อนางสาวจินตรา พรหมสุวงษ์ ชื่อเล่นชื่อจิน อายุ 19 ปี เกิดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ มีน้องสาวหนึ่งคน ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยพายัพ คณะบริหารการโรงแรมและการท่องเที่ยว ชั้นปีที่ 2 เป็น คนเชียงราย ชีวิตก่อนที่จะมารู้จักกับพระเจ้าข้าพเจ้านับถือศาสนาพุทธมาก่อน ครอบครัวของข้าพเจ้าก็นับถือศาสนาพุทธเช่นกัน ดังนั้นก็ไม่แปลกที่ข้าพเจ้าจะไปวัดและกราบไหว้รูปเคารพต่าง ๆ คนในหมู่บ้านก็ไปวัดกราบไหว้รูปเคารพเหมือนกัน ทุกปีที่หมู่บ้านจะมีการสักการะใหญ่เพื่อนมัสการพระ และเมื่อตอนเป็นเด็กยายจะเอาลูกหลานไปฝากไว้กับพระหรือผี ยายจะฆ่าไก่เพื่อไปไหว้ผี และทุกครั้งที่มีใครไม่สบายก็จะต้องไปหาหมอผีเพื่อเรียกขวัญหรือแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่สมบูรณ์มีทั้งพ่อและแม่ พ่อเป็นพ่อที่ดีมากไม่สูบบุหรี่หรือกินเหล้าพ่อเป็นคนที่รักลูกมาก ตอนเด็ก ๆ ข้าพเจ้าเรียนอยู่ที่กรุงเทพจนอายุได้แปดขวบก็ย้ายมาเรียนที่เชียงรายใน โรงเรียนตัวจังหวัด ข้าพเจ้าอยู่คนเดียวมาตั้งแต่อายุ 12 ปี และพักอยู่ในหอพักนักกีฬาวอลเลย์บอลต้องอยู่คนเดียว ข้าพเจ้าเป็นนักวอลเลย์บอลของจังหวัดเชียงรายและข้าพเจ้าเล่นวอลเลย์บอลจน ถึงอายุ 16 ปี หลังจากนั้นได้ย้ายออกไปอยู่หอพักกับลูกพี่ลูกน้อง ข้าพเจ้าเป็นเด็กที่เอาแต่ใจและไม่เคยฟังความคิดเห็นของใครเลย ไม่ชอบฟังคำสอนของใคร แม้กระทั่งจากน้าหรือตาหรือยายก็ตาม ทุกครั้งที่กลับไปบ้านก็จะมีปัญหากับตาและยาย การที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ทำให้พ่อกับแม่ตามใจข้าพเจ้ามาก เมื่อข้าพเจ้าอยากได้อะไรพ่อแม่จะหามาให้เสมอ แม่ของข้าพเจ้าไม่เข้าใจข้าพเจ้ามากเราทะเลาะกันเสมอ เมื่ออายุได้ 17 ปี ข้าพเจ้าก็อยากลองสิ่งใหม่ ๆ เริ่มออกเที่ยวกลางคืน และกินเหล้าไม่สนใจเรียน เมื่อเรียนจบที่ดำรงราชสงเคราะห์ ได้มาเรียนที่พายัพก็ยังคงมีชีวิตเหมือนเดิม เที่ยวกลางคืนและไม่สนใจเรียน จนวันหนึ่งได้ไปชั้นเรียนของสัปดาห์การฟื้นฟู ได้เจอ พี่แอ๊ปเปิ้ล พี่ฝน พี่เกติ์ และอาจารย์ ได้เข้ามาในชั้นเรียนเล่าเรื่องพระเจ้าให้ฟัง และประชาสัมพันธ์การสอนภาษาอังกฤษฟรีด้วย ตอนนั้นข้าพเจ้าสนใจแต่อยากจะเรียนภาษาอังกฤษเท่านั้น เมื่อวันแรกที่ได้เข้าไปเรียนที่อีอาร์ซีได้เรียนกับพี่ปานและพี่แอ๊ปเปิ้ล และได้ไปอย่างต่อเนื่องและวันหนึ่งพี่ฝนได้ชวนไปนมัสการพระเจ้าที่บ้าน อาจารย์แนท ข้าพเจ้าได้อยากจะรู้จักพระเจ้ามากขึ้นและมีคำถามมากมายว่าพระเจ้าเป็นใคร ทำไมต้องมาตายแทนเรา พระเจ้ามีจริงหรือไม่ และได้ตั้งคำถามเหล่านั้นกับพี่เกติ์ด้วย และเมื่อมีครั้งหนึ่งหนึ่งพี่ ๆ สิงคโปร์ ซินเธียและเกวนได้มาพักอยู่ที่หอพักด้วยและได้สังเกตชีวิตของเขา ทุกเช้าเขาตื่นขึ้นมาอธิษฐาน จนกระทั้งวันหนึ่งข้าพเจ้าอยากจะรู้จักกับพระเจ้า พี่แอ๊ปเปิ้ลได้นำข้าพเจ้ารับเชื่อตอนเดือนพฤศจิกายน 2003 ตอน

แรก เมื่อรับเชื่อชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่มีวันหนึ่งที่อยากมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงและพระเจ้าได้เปลี่ยนแปลงชีวิต ข้าพเจ้า เมื่อชีวิตได้หยุดเที่ยวกลางคืนดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ชีวิตเริ่มมีความหมายและมองเห็นคุณค่าและเคารพผู้อื่นมากขึ้น ข้าพเจ้าเลิกที่จะทะเลาะกับตายาย และใส่ใจชีวิตคนอื่นมากขึ้น พระเจ้าได้มาเข้าในชีวิตได้พบความรักและสันติสุขมากจากพระเจ้าและรู้ว่าพระ เจ้าจะไม่ทอดทิ้งหรือละเลยชีวิตของข้าพเจ้าอีกเลย และการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของข้าพเจ้า เมื่อแพทย์ได้บอกว่าพบเนื้องอกข้างหลังของพ่อ และข้าพเจ้ากลัวมากเพราะแพทย์บอกว่ากลัวว่าจะเป็นมะเร็ง ในเวลานั้นข้าพเจ้าร้องไห้เสียใจมากมาก และมีพระสัญญาของพระเจ้ามาถึงในพระวจนะของพระเจ้าว่า ความรักของพระเจ้าเข้ามาทำงานในใจของข้าพเจ้าอย่างล้นเหลือ1 ยอห์น 5:14-15และ ​นี่​คือ​ความ​มั่นใจ​ที่​เรา​มี​ต่อ​พระ​องค์ คือ​ถ้า​เรา​ทูล​ขอ​สิ่ง​ใด​ที่​เป็น​พระ​ประสงค์​ของ​พระ​องค์ ​พระ​องค์​ก็​ทรง​โปรด​ฟัง​เรา​ และ ​ถ้า​เรา​รู้​ว่า ​พระ​องค์​ทรง​โปรด​ฟัง​เรา เมื่อ​เรา​ทูล​ขอ​สิ่ง​ใดๆ เรา​ก็​รู้​ว่า​เรา​ได้รับ​สิ่ง​ที่​เรา​ทูล​ขอ​นั้น​จาก​พระ​องค์​ พระเจ้าหนุนใจข้าพเจ้าในข้อนี้ และสองสัปดาห์ข่าวมาจากแม่ว่าแพทย์พบว่าก้อนเนื้อนั้นไม่ใช่ก้อนเนื้อร้าย ข้าพเจ้าตื่นเต้นยินดีอย่างมาก และซาบซึ้งในพระคุณของพระเจ้าอย่างยิ่ง ขอบพระคุณพระเจ้าค่ะ

My name is Jintara Pormsuwong. My nickname is Jin. I am 19 years old and I was born on February 19th. I have a younger sister. I am second year student at Payap University. I am majoring in Hotel and tourism management. I am form Chiang Rai. Before I come to know God, I was a Buddhist and so was my family. I practiced every Buddhist ritual as my family did. Everyone in my village is Buddhist. I went to the temples and worshiped idols. Every year, we have a special ritual that everybody will gather together to worship the spirits. My grandmother used to bring me to the temple and spiritually gave to the idols as their daughter. If anything happens to the people in the village, sickness or problems, they will run to the medium of the village to do animal sacrifice to the ghosts for them.

I was born in a good family and my father is a good father. He loves us very much. He never drinks, smokes nor does any bad things. When I was young, I went to a school in Bangkok until I was eight years old I came back to my hometown to study there, a city school. Since I was 12 years old, I lived alone in a dormitory. I was a volley ball player, I played for the city back then. when I was 16 years old, I moved out from the dormitory to stay with my cousin.

I was a very strong willed and disobedient child. I never liked to be told what to do. Every time I went back home, I would have an argument with my grandparents. My parents always give me what I wanted. I always had an argument with my mother too.

When I was 17 years old, I wanted to try everything new. I started to hang out with up all night, drink and skip classes. After high school, I went to Payap university but my life wasn’t changed at all. I kept doing what what I did. Until one day, at Payap university, there was an event called “Revival Week”. There were ERC (English Resource Corner) staff, P’ Gade, P’ Fawn, P’Apple and Arjarn Nathaniel came in my class shared us the gospel. They also told us to come join the English club because they had free English classes. I was only interested in learning English. I went to join and learned English there with P’ Parn and P’Apple. Later on, P’ Fawn asked me to join the worship service at Aj. Nate’s house. I wondered why these people worship God and I would like to know more about Him. I had many questions in my mind from that day, if God really exits, why He died for me and who He is.

There was a Singapore friends came and lived in my dormitory, Gwyneth and Cynthia. As they lived day by day, I observed that they prayed and praised God. I decided to be a Christian. P’Apple led me to Christ. At first, my life hasn’t changed at all. I still hung out up all night, drank and smoke. I started to realize that I didn’t want to live like this and I wanted to change. I prayed and God changed my life. I stopped doing those things and committed myself to Christ since then.

My life began to change and I saw myself caring for others. I stopped arguing with my mother and my grandparents. I started to take care of them and be a good daughter and granddaughter. God’s love and grace overwhelmed me and I was very grateful.

God marvelously answered my prayer when we found out that my father had a lump on his back. The doctor suspected that it might the bad one, cancer. I cried to God and prayed with tears. God comforted and encouraged me in 1 John 5:14-15ESVAnd this is the confidence that we have toward him, that if we ask anything according to his will he hears us. And if we know that he hears us in whatever we ask, we know that we have the requests that we have asked of him. Two weeks later, I got the news from my mother that it wasn’t a cancer. We felt relief. I was very certain that day that God is almighty and He will never leave me.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s