คำพยานชีวิตของขวัญ KongKwan’s Testimony

คำพยานชีวิตของขวัญ

ข้าพเจ้า ชื่อ นางสาวณิชาภัทร เจษฎาพันธ์ ชื่อเล่นชื่อ ของขวัญ ขวัญเกิดมาในครอบครัวพุทธศาสนา จึงได้มีโอกาสเข้าวัด ตักบาตร ทำบุญ อยู่บ่อยๆ แต่เนื่องด้วยว่า ข้าพเจ้าได้เข้าเรียนโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ตั้งแต่อนุบาล 3 ซึ่งนับมาถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 13 ปี ซึ่งโรงเรียนของข้าพเจ้านั้นเป็นโรงเรียนคริสต์ ข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสเรียนรู้และรู้จักกับพระเจ้าตั้งแต่เด็กๆ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าโบสถ์ที่โรงเรียนทุกอาทิตย์ ได้ท่องพระคัมภีร์ประจำสัปดาห์ทุกวัน ได้เรียนวิชาไบเบิ้ลตอนประถม ได้เข้าแอดติก(ฟังคำเทศนา)ตอนมัธยม ได้ชมละครของ CCI(สถาบันคริสต์เตียนนิเทศสัมพันธ์) เป็น ประจำทุกปี และ ได้อธิฐานทุกครั้งหลังเคารพธงชาติ ถึงกระนั้นด้วยความที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก ข้าพเจ้าก็ทำทุกอย่างโดยไม่ค่อยจะได้ใส่ใจอะไรมากนัก อย่างเวลาโรงเรียนให้ก้มหัวลงอธิฐาน ก็ทำตาม แต่ก็แอบแหย่เพื่อนบ้าง คุยบ้างเล่นบ้าง โรงเรียนให้ท่องข้อพระคัมภีร์ ก็ท่องไปอย่างนั้นไม่ค่อยจะจำสักเท่าไหร่ ท่องวันนี้พรุ่งนี้ลืม แต่ถามว่าตอนเด็กๆนั้น ข้าพเจ้าเชื่อหรือไม่ว่าพระเจ้ามีจริง ข้าพเจ้าขอตอบว่าข้าพเจ้าเชื่อแต่ด้วยความที่ยังเด็กอย่างที่บอก จะให้ไปขอพ่อกับแม่ว่าลูกอยากเปลี่ยนศาสนานะ จะไปนับถือศาสนาคริสต์แล้วพ่อกับแม่ก็คงจะไม่ให้ ยังไงก็ยังจะต้องไปเข้าวัด ไหว้พระทำบุญเวียนเทียน ฯลฯ อยู่ดี ตอนมัธยมข้าพเจ้าเคยรับเชื่อครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้ดูละคร CCI (สถาบันคริสต์เตียนนิเทศสัมพันธ์) หลายคนคงอาจจะงงว่า CCI คืออะไร CCI ก็ คือกลุ่มของพี่ๆคริสต์เตียนที่มาประกาศพระกิตติคุณของพระเจ้าโดยผ่านการ แสดงละคร การเต้น และการร้องเพลง ซึ่งละครก็จะแสดงเรื่องของพระเจ้า พระเยซู หรือไม่ก็คำพยานชีวิตจากหลายๆคนหลายๆสถานการณ์ หลังจากที่ได้รับชมละครเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มวันสุดท้ายของการแสดงก็จะ ให้คนที่อยากจะรับเชื่อ อยากจะรับพระเจ้าเข้ามาในชีวิตแยกออก

มา แล้วก็จะมีพี่ๆมารับและนำคนที่ออกมานั้นไปรับเชื่อพระเจ้า ครั้งนั้น ด้วยความเชื่อที่ก็มี บวกกับความขี้เกียจคาบถัดไป และอยากตามเพื่อน ข้าพเจ้าก็ออกไปรับเชื่อ แต่ครั้งนั้นมันคงยังไม่ถึงเวลาที่แท้จริง หลังจากรับเชื่อข้าพเจ้าก็ทำตัวเหมือนปกติไม่ได้ไปหาพี่เลี้ยง ไม่ได้อธิฐาน ก็ยังเข้าวัดทำบุญ ทำศาสนพิธีทางพุทธศาสนาเหมือนเดิม เพราะข้าพเจ้าได้ไปบอกพ่อกับแม่ พ่อกับแม่ก็บอกว่าทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ครอบครัวเราก็ครอบครัวพุทธ ลูกจะไปเป็นคริสต์คนเดียวจะได้อย่างไร และช่วงเวลานั้นข้าพเจ้าก็กำลังยุ่งกับการที่จะต้องสอบเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 4 ของ โรงเรียน ซึ่งต้องมีการสอบเข้า ถ้าคะแนนไม่ถึงก็ต้องย้ายที่เรียนข้าพเจ้าจึงต้องใช้เวลาตอนเที่ยงทำการบ้าน และอ่านหนังสือและใช้เวลาอยู่กับเพื่อน เพราะเพื่อนๆบางคนอาจจะต้องย้ายโรงเรียนไป นั้นก็เป็นเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าถอยห่างออกมาจากพระเจ้า พอมาถึงตอนมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็น วัยที่ทุกๆคนจะต้องปวดหัวกับการที่จะต้องไปสอบเข้ามหาลัย ซึ่งข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น ข้าพเจ้าเครียดและกระวนกระวายในการจะสอบ ในการจะเลือกมหาลัย ในการจะเลือกคณะที่จะเรียน แต่แล้วข้าพเจ้าก็มีโอกาสได้ดูละคร CCI มี โอกาสได้รับฟังเรื่องของพระเจ้า ได้ฟังคำพยาน และได้มีโอกาส ออกมารับเชื่ออีกครั้ง การออกมาครั้งนั้นคงได้รับการดลใจจากพระเจ้า ข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งใจจะออกมาอย่างจริงจัง แต่การออกมาครั้งนั้นก็ได้ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักกับพี่แอ๊ปเปิ๊ล และรับเชื่อในที่สุด ในวันที่ 19 สิงหาคม 2553 ถ้า จะถามถึงปัญหาทางบ้าน พี่เปิ้ลบอกว่าให้ลองอธิฐาน ก่อนที่จะเข้าไปคุยกับพ่อกับแม่ ข้าพเจ้าก็ทำตามที่พี่เปิ้ลบอก พอไปคุยกับพ่อกับแม่ พ่อกับแม่ก็ยอมโดยไม่น่าเชื่อ ข้าพเจ้ารู้สึกประหลาดใจมาก แต่ก็ต้องขอบพระคุณพระเจ้าจริงๆ ถ้าวันนั้นพ่อกับแม่ของข้าพเจ้าไม่ยอม วันนี้ข้าพเจ้าก็คงจะไม่ได้มีโอกาสมาเข้าโบสถ์ ไม่ได้โอกาสมาร่วมงานต่างๆ และที่สำคัญคงไม่ได้มารู้จักกับพี่ๆและทุกคนที่นี่ และคงไม่ได้มายื่นอยู่ตรงนี้วันนี้ หลังจากรับเชื่อข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสได้มาเรียนพระคัมภีร์กับพี่เปิ้ล ได้ไปเข้ากลุ่มเซล ได้มาโบสถ์ ได้ร่วมกิจกรรมหลายๆอย่างกับโบสถ์เช่นการจัดงานคริสต์มาส และได้มีโอกาสไปประกาศกับคนอื่นๆ นั้นทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขและได้รับประสบประการณ์หลายๆอย่างมากมาย หลังจากที่ข้าพเจ้าได้รับเชื่อนั้น หลังจากนั้นอีกไม่นาน ข้าพเจ้าก็รู้ตัวว่าข้าพเจ้าอยากเรียนคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ซึ่งในประเทศ ไทยมีเปิดสอนอยู่ 2 ที่ คือ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ข้าพเจ้าเลือกที่จะสอบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจจะเพราะว่าเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงกว่าและเป็นแห่งแรกที่เปิดสอนขณะนี้ ในวันที่ข้าพเจ้าไปสอบ ข้าพเจ้ากระวนกระวาย และเครียดเป็นอย่างมาก หนังสือก็ยังอ่านไม่เสร็จ ความรู้ยังมีไม่พร้อมจะทำอย่างไรดี ระหว่างที่ข้าพเจ้านั่งรถไปลงไปกรุงเทพเพื่อนที่จะไปสอบ ก่อนนอนข้าพเจ้าก็หยิบพระคัมภีร์ขึ้นมาอ่าน เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่าพระเจ้าจะคุยกับเราผ่านพระคัมภีร์ ข้าพเจ้าได้อ่านเจอพระคัมภีร์ที่กล่าวว่า “จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงท่านทั้ง หลาย”และข้อพระคัมภีร์ที่ว่า “เหตุฉะนั้นอย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี้เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกระวนกระวาย สำหรับวันพรุ่งนี้เอง แต่ละวันก็ทุกข์พออยู่แล้ว” นั้นทำให้ข้าพเจ้าสบายใจและรู้สึกดีมากขึ้น เมื่อถึงวันสอบข้าพเจ้าได้แต่เฝ้าอธิฐาน จะสอบนั่งที่โต๊ะสอบก็อธิฐานขอการทรงนำ ทุกการกระทำทุกความคิด และทุกอย่างที่มาจากพระองค์ ถ้าที่นี่คือที่พระองค์ทรงเห็นว่าดีและเหมาะสมสำหรับลูกก็ขอให้ลูกสอบติด ด้วย และแล้วในที่สุด วันประกาศผลการสอบก็มาถึง ช่วงเวลาที่เฝ้ารอผลการสอบข้าพเจ้าเฝ้าอธิฐานไม่เว้นแม้แต่วันเดียว ข้าพเจ้าสอบติดคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ อย่างที่หวังและตั้งใจ จากคน สามพับกว่าเกือบสี่พัน ข้าพเจ้าเป็น 1ใน 154 คน ที่ได้เข้าเรียน ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ชีวิตของขวัญนั้นอาจจะไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย แต่ก็นับว่าได้รับการอวยพระพรอย่างไม่น่าเชื่อ ขวัญได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ ได้รับการตอบรับและการอวยพระพรทุกครั้งที่ก้มหัวลงแล้วอธิฐาน ขอบคุณพระเจ้าที่อยู่เคียงข้างขวัญ ขอบคุณพระเจ้าที่คอยดูแลขวัญ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงโปรดเรียกและเลือกให้ขวัญได้มารับเชื่อพระองค์ ของขวัญรักพระเจ้าคะ !

My name is Nichaphat Jesadapan. My nickname is KhongKhan. I was born in a Buddhist family and practiced every Buddhist ritual with my family. I went to Prince Royal College since I was a kindergarten student. It has been 13 years since then. My school is a Christian school, so I had to join Christian activities that the school provided for all students. I attended Church every Sunday. I memorized scriptures and I also joined the Bible class. There were chapel services that I had to attend when I was in primary school and the evangelistic drama team called CCI came and shared the gospel with songs and skits every year. We, students, had to pray and sai grace. All these activities that I joined, I never considered it spiritual but just things that I had to do to blend in or that it was just a religion things. Those things never went into my heart but I did believe that there was God. I prayed to receive Christ when I watched the CCI drama about the crucifixion of Christ once. I heard many people gave their testimonies of Christ changed their lives and why I needed Him. But my life was still the same or may be I did not sincerely receive Christ back then and my family didn’t approve my becoming a Christian so I gave up.

I was very busy when I was in 7th grade because I studied very hard to keep up with my friends. It has been like that for three years such that I stopped participating in Christian activities.

One day, the CCI team came back again with the salvation skit about Christ. I was in the last year of high school. I was very stressed and worried that I wouldn’t be able to get in a good college. While I was attending the CCI event, Again, I heard about God, Christ, His love, grace and mercy. I felt the conviction there to make a decision to follow Christ with all my heart. That was the first time that I felt I sincerely received Christ as my Savior and Lord.

That event led me to know P’ Apple. She led me to receive Christ on August 19th, 2010. I shared with her about my problem that I wanted to be a Christian and I did not want to worship idols anymore but I was afraid that my family wouldn’t approve. She advised me to pray and asked God to work in my family so that they might accept my belief. God showed me His wonderful and almighty work when I walked up to tell my parents. they accepted it as if they had never rejected it before. I thank God for this very much because of my family’s acceptance I was able to attend Sunday services, prayer meetings and all.

After that I had a chance to study the Bible with P’ Apple. I learned to love God and people. I went to the cell groups. I learned to witness during a Christmas event. I became a very happy girl.

God taught me not to worry during the exams. I needed to get in to a good college and applied for the major that I loved, social science. I was very worried and stressed. While I was traveling to do the exam, I opened the Bible and God spoke to me in 1 Peter 5:7 ESVcasting all your anxieties on him, because he cares for you. And in Matthew 6:34 “Therefore do not be anxious about tomorrow, for tomorrow will be anxious for itself. Sufficient for the day is its own troubles. Those verses I never knew before. I felt peace in my mind and that was the first time in my life that I believed I could trust God and leave this thing into His hand.

God answered my prayer. I got into the specific college that I asked for. While all thai students all over the country fought for this place, and I knew that I was not better than them, God put me there.

I know from now on that God would be first in my life. I would trust Him with my life. I commit myself to Him to lead me and change me to be the kind of person He wants me to be.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s