Monthly Archives: พฤศจิกายน 2011

คำพยานชีวิตของเจ

ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวคริสเตียน ซึ่งคุณแม่เป็นคริสเตียน แต่คุณพ่อไม่ได้เป็นคริสเตียน ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เข้าโบสถ์บางครั้งบางคราว จริงอยู่ที่ข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวคริสเตียน แต่ความเชื่อทางฝ่ายจิตวิญญาณของข้าพเจ้านั้น ไม่มีการเติบโต กล่าวคือ ไม่มีการเฝ้าเดี่ยว ไม่มีการเข้ากลุ่มสามัคคีธรรม ไม่มีการอธิษฐาน และ ไม่ได้ไปโบสถ์ ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้า สำหรับพระเมตตาของพระองค์ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มารู้จักกับพระองค์โดยการทรงนำ และแผนการของพระองค์ในชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจบจากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสเตียน ข้าพเจ้าเข้าเรียนในโรงเรียนนี้ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 (พ.ศ.2541) โดยการใช้โควต้า คริสเตียน เข้าเรียน ชีวิตของข้าพระเจ้าในวัยเด็กก็เหมือน กับเด็กทั่วๆไป คือเรียนๆเล่นๆ ตามปะสาเด็ก นิสัยของข้าพเจ้าในวัยเด็กคือ ข้าพเจ้าเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ไม่เกเร อยู่ในกฏระเบียบ ซึ่งนั้นก็เป็นส่วนที่ดีของข้าพเจ้า แต่ข้อเสียของข้าพเจ้านั้นก็มีคือ เป็นเด็กขี้อาย โกรธง่ายเวลาโดนแกล้ง ไม่กล้าแสดงออก ไม่มีความมั่นใจในตนเอง อีกทั้งยังขี้กลัวผีอีกด้วย การเรียนในช่วงปฐมศึกษานี้ มีวิชาหนึ่งที่ข้าพเจ้าชอบมากคือ วิชาจริยธรรม วิชานี้เป็นวิชาที่สอนเกี่ยวกับคริสตศาสนา สาเหตุที่ข้าพเจ้าชอบเพราะคุณครูใจดีและเรียนสบายแถมยังมีวีดีโอให้ดูอีก ด้วย ถัดมาตอนมัธยมต้นข้าพเจ้าได้เข้ากลุ่มนักเรียนคริสเตียนของโรงเรียนโดยการ ชักชวนของเพื่อนที่เป็นคริสเตียนด้วยกัน กลุ่มนี้จะมีการนัดหมายกันทุกๆเที่ยงครึ่งของวันศุกร์ มีการทำกิจกรรมกันกับรุ่นพี่รุ่นน้องและแบ่งปันข้อพระคัมภีร์ ซี่งสิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มรู้จักกับพระเจ้ามากขึ้น ในทุกๆเช้าหลังเคารพธงชาติเสร็จจะมีการเข้าโบสถ์รับฟังการเทศนาทุกเช้า ข้าพเจ้าได้มีส่วนร่วมในการนำนมัสการคือนำร้องเพลง ตอนแรกข้าพเจ้าก็รู้สึกกล้าๆกลัวๆ แต่พอเริ่มทำนานๆเข้าความกลัวนั้นก็หายไป กลายเป็นความกระตือรือล้นที่อยากจะนำนมัสการ สิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าอิ่มเอมในใจอย่างบอกไม่ถูก กล่าวคือ มีสันติสุขภายในจิตใจ ม.4เทอม2 (พ.ศ. 2551) ข้าพเจ้าได้ไปโบสถ์โดยการแนะนำของเพื่อนที่เป็นผู้เชื่อใหม่ และได้ไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ โบสถ์ที่ข้าพเจ้าไปเป็นโบสถ์เล็กๆ  มีจำนวนสมาชิกน้อยแต่ความเชื่อเข้มแข็งมาก คริสตจักรนี้ทำให้ข้าพเจ้าเติบโตทางฝ่ายจิตวิญญาณมากขึ้น และทำให้มีใจที่จะแสวงหาและติดสนิทกับพระเจ้ามากขึ้น ข้าพเจ้ารับเชื่อจริงๆตอนมัธยมศึกษาชั้นปีที่6  (พ.ศ.2553) โดยการซึมซับพระคุณของพระเจ้าที่ข้าพเจ้าได้รับในตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา พอปีหนึ่งข้าพเจ้าได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ข้าพเจ้าได้เข้าชมรมคริสตชนของมหาวิทยาลัยนี้ ชมรมนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักกับผู้คนใหม่ๆมากมาย

การที่ข้าพเจ้าได้มารู้จักกับพระเจ้านั้นทำให้ชีวิตและนิสัยของ ข้าพเจ้าเปลี่ยนไปมาก กล่าวคือ ความโกรธง่ายที่ข้าพเจ้าเคยมีนั้นหายไป กลายเป็นความสุขมากกว่าเมื่อโดนแกล้ง ถัดมาคือ ข้าพเจ้ามีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น จากการที่ได้มีส่วนในการนำนมัสการ ข้าพเจ้ามีความมั่นใจมากกว่าเดิมเมื่อมีการอธิษฐาน และการที่ได้พบปะกับพี่น้องธรรมมิกชนนั้น ทำให้ข้าพเจ้าได้ทำลายกำแพงใจของข้าพเจ้าลงซึ่งสิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าไม่ ต้องอยู่ในโลกส่วนตัวคนเดียวตามลำพังอีกต่อไป ในอนาคต ข้าพเจ้าอยากจะมีเวลาให้กับพระเจ้ามากกว่าเดิมและทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า

I was born in a Christian family. My mother is a Christian. My father is not a Christian. I had chances to attend church sometimes. It was right to say I am a Christian. But my spiritual life did not grow. I did not spend my quiet time, nor even attend a fellowship group, I did not pray and I did not go to church. I thank God for His mercy to lead me to know Him and His plan for my life.
I have finished from Price Royal Collage, it is a Christian school. I studied there since I was in kindergarten three (1998) through Christian Quota program. When I was a child, I was just like the normal child; studying and playing. My habit was like a child. I was polite, I was not stubborn. I followed rules, those were my good points.
For my bad points, I was too shy, easy in angry when I was teasing. I did not dare to show up, I had no confidence. I was scared of ghosts. In my primary grades, I liked Moral Class. It was about Christianity and religions. One reason I liked the subject was a teacher was kind and there was a movie too.
When I was in a secondary grade, I attended a Christian group at school. My friends invited me to join, they were Christians. For this group, we met at 12.30 on Friday. There were activities, and there was someone sharing a word from the Bible, through this, I knew God more.
Every morning after the school service, students had to attend a church and heard a preaching. I was a part of leading worship.
At first, I was so nervous, after a while I had more confidence; and I was enthusiastic to do it. I was filled, I could not explain it. I had peace in heart.
On my second semester of my 10 grade, (2007), I attended a church, there was a friend introduced me to attend church, I did so. I attended a church every week. It was a small church, not many members with a strong faith. Through the church, I grew up spiritually. I sought for God more and I was close to God more.
I received God with my sincere heart, when I was in grade 12, (2010) through the grade of God for all my life.
I am now studying at Chiang Mai University. I attend a Christian Youth Group in the university. I have more new friends through the group.
After I met God, my life and my habit have changed. I am a new creation. I am not easy to anger, I am happy to be teased. I have more confidence through being a part of leading worship. I have more confidence to pray and to meet all Christians there. My heart’s wall was destroyed, and I am no longer alone in this world. In the future, I would like to spend time with God more. I will do everything to honor God
Advertisements

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

พระคัมภีร์เสียง Megavoice

ต้องขอขอบคุณทีมงานของท่านทุกคนนะคะ และขอขอบคุณสำหรับเครื่องเมกะวอยซ์ที่ได้แจกให้กับศิษยาภิบาลทั้งหลาย

ดิฉันก็ได้ใช้ตั้่งแต่กลับมาจากงานคองเกรซแล้วค่ะ ทุกวันนี้ก็ได้ใช้กับพี่น้องที่เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินไปไหนได้ ก็เปิดให้เขาฟัง

ก็ได้รับชมจากพี่น้องที่ได้มีโอกาสฟังว่า เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก ในยามที่เขานอนเจ็บอยุู่ บางครั้งทำให้เขาต้องคิดมาก แต่เมื่อฟังพระคำ

ทำให้เขามีกำลังและไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่น โดยเฉพาะพี่น้องที่เขาอ่านหนังสือไม่ออก แต่เขาก็ได้รับพระวจนะของพระเจ้าทุกวัน

ขอพระเจ้าทรงอวยพรทีมงานทุกท่านในการทำพันธกิจของพระเจ้าตลอดไปค่ะ

รักในพระคริสต์

อ.สุภาวดี  เด่นนะดา

I thank God for the Mega Voice Team distributed us, Pastors, at the Congress Conference to share the Gospel with Thai people. I gave the Mega Voice to a crippled one who cannot even move. He loves the mega voice very much for the word of God keeps him going since he cannot read and walk, the mega voice is very helpful. I gave the mega voice to  illiterate ones too. They spiritually grow up for they listen to the word of God everyday. May God bless this ministry to multiply for Him.

Love in Christ,

Rev. Supawadee Dennada

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่